วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ควรสร้างทรัพย์สินก่อนหนีสิน

ช่วงนี้ผมพยายามชวนน้อง (หรือหลานๆ)หลายคนที่พึ่งเรียนจบเริ่มต้นชีวิตมีงานทำ ซึ่งอายุประมาณ 20 ปีกว่าๆ มาออมเงินและทำประกันสุขภาพ
ซึ่งก็เป็นตามที่คิดคือส่วนใหญ่จะปฎิเสธ มีเพียงไม่กี่คนที่บอกว่าขอไปคิดก่อน
ผมเองก็ยังไม่เก่งพอจะไปเปิดใจน้องๆได้ เมื่อน้องปฎิเสธก็ทำอะไรไม่ได้

ทำไมผมถึงโฟกัสมากลุ่มนี้
เพราะผมคิดว่าคนกลุ่มนี้ อายุประมาณนี้เป็นอายุที่เริ่มวางแผนการเงิน เก็บเงินออมเงินเพื่อการเกษียณ จะประสบความสำเร็จที่สุดเพราะจะมีเวลานานกว่าคนที่ถึงวัยกลางคน  และส่วนใหญ่ยังไม่มีโรคประจำตัว ประกันสุขภาพก็สามารถทำได้ง่ายเบี้ยก็ไม่แพงมาก ยิ่งตัวเบี้ยคงที่จะยิ่งถูกและมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง

เพราะทุกวันนี้คนที่โทรหรือติดต่อมาเพื่อทำประกันคือ คนที่ป่วยแล้วหรือได้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล มีโรคประจำตัวแล้ว ซึ่งก็รู้แล้วว่าควรทำ หรืออายุมากๆเกิน 50 ปี ไปแล้ว เริ่มคิดเริ่มจะทำประกัน ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ก็ทำได้แต่โจทย์จะยากมากขึ้น
มีโรคประจำตัว บางคนเป็นมากจะผมจนบริษัทไม่รับทำประกัน หรือถ้ารับเบี้ยก็คงเยอะมาก
นี่คือเหตุผลที่ผมโฟกัสมาที่เด็กจบใหม่
เหตุผลที่เค้าปฎิเสธส่วนใหญ่บอกว่าไม่ค่อยมีเงิน
แต่ที่น่าหนักใจคือบางคนบอกว่า จะเอาเงินไปผ่อนรถ ซื้อมือถือ ผ่อนของต่างๆ
ที่บอกว่าน่าหนักใจคือ เค้าเลือกสร้างหนี้สินก่อนจะสร้างทรัพย์สิน
หนี้สินถ้าก่อนแล้ว ทรัพย์สินอาจจะตามมายากถ้าไม่นับหนี้ที่ดีคือหนี้ในอสังหาริมทรัพย์ ผมเองตอนจบใหม่ๆก็สร้วงหนี้เลยคือรถ จนกว่าจะมาเริ่มคิดสร้างทรัพย์สินก็อายุจะถึง 40 ปี แล้ว


ผมขอนุญาตินำแนวคิดของคุณมงคล ลุสัมฤทธิ์ เจ้าของผลงานหนังสือแผนการเงิน ฉบับใช้ได้ตลอดชีพ ได้กล่าวไว้บทหนึ่งคือ
คนสองคน นาย ก และ นาย ข เรียนจบพร้อมๆกัน
นาย ก ทำงานไปซักพักแล้วคิดอยากมีรถใช้ นำเงินเก็บ 1 แสนบาทไปดาวน์รถ และผ่อนเดือนละ 1 หมื่นบาท 60 เดือน (5 ปี)
สิ่งที่นาย ก ได้รับคือ มีรถขับ ตอบสนองความต้องการ ดูดีในสังคม (ถ้าอยู่ใน กทม. อาจจะจอดไว้เพราะรถติดขึ้น BTS ดีกว่า) แต่เค้าจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่าค่าผ่อนรถอีกคือ ค่าน้ำมัน ค่าดูแลรักษา ค่าภาษี ค่าประกันชั้น 1 ค่าทางด่วน และอื่นๆอีกจิปาถะ เค้าไม่มีเงินเก็บอีกต่อไป
นาย ข อยากได้รถเหมือนกัน แต่คิดว่ารอได้ ยังเด็กแข็งแรง ขึ้นรถเมล์ BTS เดินไปไหนมาไหนได้สบายๆ เค้าเอาเงิน 1 แสนบาทไปลงทุนกองทุนรวมหุ้น สมมุติได้ผลตอบแทน 10ต่อปี และยังลงทุนเพิ่มอีก เดือนละ 1 หมื่นบาท
60 เดือนผ่านไป (5ปี) นาย ข มีเงิน ประมาณ 9 แสนบาท เค้าเลือกเอาเงินออกมา 1 แสนบาทไปดาวน์รถ แล้วผ่อนต่ออีกเดือนละ 1 หมื่นบาทโดยเงินที่เหลือในกองทุนอีก 8 แสนก็โตไปเรื่อยตามเวลาโดยนาย ข ไม่ได้ไปยุ่ง
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ รถ นาย ก เริ่มเก่าแล้ว อยากได้รุ่นไหมที่ดีกว่าสวยกว่า จึงขายรถคันเก่าแล้วเอาเงินไปดาวน์รถรุ่นใหม่แล้วก็เริ่มผ่อนรถคันใหม่อีกไปเรื่อย เหมือนเดิมและเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 5ปี ไปเรื่อยๆสรุป นาย ก ไม่มีเงินเก็บ
ส่วนนาย ข ดำเนินชีวิต แบบนาย ก แต่ช้ากว่านาย ก ไป 5 ปี เค้าผ่อนรถเปลี่ยนรถทุก 5 ปีเหมือน นาย ก แต่เค้ามีเงินเก็บจากกองทุนที่โตขึ้นเรื่อยๆ


จากตัวอย่างจะเห็นว่าถ้าคุณสร้างหนี้สินก่อนแล้วคิดว่าจะมาสร้างทรัพย์สินทีหลังยากกว่าสร้างทรัพย์สินก่อนแล้วค่อยไปสร้างหนี้สินครับ

ดังนั้น ควรคิดจะหาทรัพย์สินก่อนจะมีหนี้สินครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น